ที่เที่ยวอื่นๆ

ดอยมด

ความหนาแน่นของป่าดิบชื้นระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดดอยมด ทำให้เกิดสังคมพืชหลากหลายชนิดปกคลุมแอ่งน้ำใสสะอาด เต็มไปด้วยพืชชั้นล่างมากมายรวมทั้งพืชชั้นต่ำ เช่น กล้วยไม้ดิน เฟิร์น มอสและพืชอื่น ๆ ร่มรื่นและชุ่มชื่นอยู่ตลอดเวลา บนยอดดอยที่ระดับความสูง 1,700 เมตร รายรอบด้วยสภาพภูมิประเทศแปลกตาและป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นตัวเมืองเชียงใหม่ทางทิศตะวันตก ตัวเมืองเชียงรายทางทิศตะวันออก ยอดดอยลังกาทางทิศใต้และยอดดอยปางกอมทางทิศเหนือ นอกจากนี้บริเวณใกล้กับดอยมด ยังมียอดดอยหลวงและดอยผาช้าง ซึ่งเป็นสันปันน้ำที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายอีกด้วย
กุลธิดา สืบหล้า…เรื่อง   รักษ์ชาติ  โสดาบัน…ภาพ
อนุสาร อ.ส.ท. มกราคม 2552  ฉบับท่องขุนเขากลางลมหนาวต้อนรับปีใหม่
ภูเขาที่สูงราว 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ถูกรอบล้อมด้วยความสลับซับซ้อนแห่งดงดอยภาคเหนือที่หวาวเหน็บนักยามค่ำคืนมาเยือน

อุทยานแห่งชาติขุนแจ

อุทยานแห่งชาติขุนแจ เรียกชื่อตามน้ำตกขุนแจ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2538 ถือเป็นแหล่งต้นน้ำที่สำคัญ ครอบคลุมเนื้อที่ถึง 270 ตารางกิโลเมตร ภายในอุทยานแห่งชาติ มีทรัพยากรธรรมชาติมากมายไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ สัตว์ป่า น้ำตกและทิวทัศน์ที่งดงาม มีทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 118 (เชียงใหม่-เชียงราย) ตัดผ่านกลางพื้นที่ และแบ่งพื้นที่ออกเป็นสองส่วน
สภาพพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติขุนแจเป็นภูเขาสูงและที่ราบสลับเนินเขา ประกอบด้วยหิน 2 ชนิด คือ หินอัคนีและหินตะกอน พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นหินแกรนิต (granite) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปตามภาคเหนือของไทย หินแกรนิตจะดูคล้ายกับเกล็ดเกลือสะท้อนแสงและพริกไทยสีดำขนาดใหญ่ ส่วนที่เป็นสีขาวคล้ายเกลือนั้น คือ แร่ควอซ์ต (quartz) และ เฟลสปา (feldspar) ส่วนที่เป็นสีดำ คือ ไมก้า (mica) 

พระธาตุจอมผ่อ

พระธาตุจอมผ่อ ณ วัดอรัญวิเวกคีรี ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เป็นหนึ่งในพระธาตุ 9 จอม ของจ.เชียงราย ซึ่งหากได้เดินทางมาสักการะพระธาตุทั้ง 9 ได้ครบภายในวันเดียว ถือได้ว่ามีโอกาสน้อมรับสิริมงคลอันยิ่งใหญ่สู่ชีวิต
ตามหลักฐานเอกสารในทำเนียบการตั้งวัดของจังหวัดเชียงราย ระบุว่า พระธาตุจอมผ่อได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2263 แต่ยังไม่พบหลักฐานใดอื่นอีก นอกจากหลักฐานทางโบราณวัตถุ เช่น เจดีย์ พระพุทธรูป กองหินกองอิฐที่สันนิษฐานได้ว่า ตรงนี้เคยเป็นโบสก์เป็นวิหารมาก่อนเท่านั้น จากคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อนกล่าวว่า ที่วัดม่อนจอมผ่อนี้ เดิมมีพระพุทธรูปทองเหลืองทองแดงองค์เล็กองค์ใหญ่จำนวนมาก พิงอยู่ตามต้นไม้บ้าง วางอยู่บนกองอิฐกองดินบ้างไม่มีใครสนใจ เมื่อทางการได้เข้าไปสำรวจโบราณวัตถุ ประกอบกับทางวัดไม่มีผู้ดูแลแน่นอน จึงได้เก็บเอาพระพุทธรูปที่เป็นโลหะชนิดต่างๆไปรวบรวมไว้จนหมดไม่เหลือแม้แต่องค์เดียว และในระหว่างการรื้อเจดีย์ เมื่อปี พ.ศ. 2520 ยังพบวัตถุมงคลอีกมากมาย พร้อมแผ่นเงินจารึกประวัติศาสตร์การสร้างเจดีย์ที่จานด้วยเหล็กจานเป็นภาษาล้านนา จึงได้มีการบูรณะเรื่อยมา จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2546 และได้จัดให้มีประเพณีสงฆ์น้ำพระธาตุจอมฝ่อขึ้นทุกวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 4 (ไหว้พระธาตุ 9 จอม)

สักการะพระธาตุ 9 จอมในหนึ่งวัน

การเดินทางไปนมัสการพระธาตุ 9 จอม เป็นกิจกรรมสำคัญที่พุทธศาสนิกชนไม่ควรพลาด ซึ่งมีคำกล่าวที่ว่า หากได้เดินทางไปสักการะพระธาตุ 9 จอมได้ครบทั้งหมดในวันเดียว ถือเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง เพราะต้องศัยความพยายามในการเดินทาง บวกกับแรงศรัทธา เมื่อได้กราบไหว้สักการะพระธาตุซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าถึง 9 แห่ง สิ่งที่ได้รับจึงเป็นความสุขที่ประมาณค่ามิได้ และตามความเชื่อล้านนานั้น เชื่อว่า หากได้สักการะพระธาตุ 9 จอม จะเกิดสิริมงคล “อยู่ดีกินหวาน” ซึ่งหมายถึง อยู่ดีมีสุขนั่นเอง จะประสบความสำเร็จทั้งการงาน การเงิน และการดำเนินชีวิต
เส้นทางสักการะพระธาตุ 9 จอมที่แม่ขะจานซิตี้.คอม นำมานี้ เป็นเส้นทางแนะนำของเทศบาลนครเชียงรายค่ะ ซึ่งสามารถใช้รถส่วนตัวเดินทางตามเส้นทางที่บอกไว้ได้ครบภายในวันเดียว หรือหากไม่สะดวกที่จะเดินทางด้วยรถส่วนตัว ในจังหวัดเชียงรายก็มีบริษัทนำเที่ยวหลายแห่งที่ได้จัดโปรแกรมท่องเที่ยวนมัสการพระธาตุ 9 จอม ไว้บริการตามความสะดวกและความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวค่ะ โดยสามารถติดต่อได้ที่ สมาคมท่องเที่ยวเชียงราย โทร. 053-601299, 053-715690

พิพิทธภัณฑ์ท้องถิ่น วัดศรีสุทธาวาส

หากต้องการเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของชุมชนเวียงป่าเป้า พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น วัดศรีสุทธาวาส เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแห่งหนึ่ง พิพิธภัณฑ์ก่อตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2540 จากความร่วมแรงร่วมใจของเจ้าอาวาสและชุมชนรอบๆวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็ก นักเรียน เยาวชน ที่ต้องการหาข้อมูลของท้องถิ่น เป็นหลัก จึงไม่ได้มีการเก็บค่าเข้าชมแต่อย่างใด
อาคารพิพิธภัณฑ์เป็นอาคารปูนชั้นเดียวทรงล้านนาประยุกต์ ใช้ไม้จากการรื้อวิหารเก่ามาสร้าง สิ่งที่จัดแสดงไว้ภายในได้แก่ โบราณวัตถุที่ทางวัดเก็บรักษาไว้ และสิ่งของที่ได้จากการบริจาคของชาวบ้าน มีเนื้อหาทางวิชาการและทะเบียนโบราณวัตถุจัดทำขึ้นโดยนักวิชาการท้องถิ่นและมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์ แบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ คือ เวียงป่าเป้าสมัยประวัติศาสตร์  สภาพสังคมของเวียงป่าเป้าเมื่อร้อยกว่าปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงและเวียงป่าเป้าในปัจจุบัน
สิ่งของต่างๆที่มีในพิพิธภัณฑ์ ส่วนใหญ่เป็นวัตถุที่ใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา เช่น เครื่องประกอบวิหารเก่า หีบธรรม แว่นพระเจ้่า ศิลาจารึก อาสนะ เครื่องเทียมยศหรือเครื่องสูงแบบล้านนา สมุดข่อย คัมภีร์โบราณที่เป็นใบลาน มีทั้งหมด 20 หมวด 168 มัด ซึ่งคัมภีร์ที่เก่าแก่ที่สุด คือ ทุกกนิบาต ปีพ.ศ. 2278 และ องค์ลักขณทานจำสีลภาวนา ปีพ.ศ. 2288 ได้เก็บรักษาไว้ในตู้ธรรมแบบพื้นบ้านล้านนา มีฝาครอบด้านบน (สโมสรพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น) และยังมีเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ผ้าทอลายไทลื้อ เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร ตะเกียง เครื่องถ้วยชาม เศษเครื่องถ้วยเตาเวียงกาหลง เป็นต้น

วัดศรีสุทธาวาส – วัดเก่าแก่ 541 ปี

วัดศรีสุทธาวาสเป็นวัดเก่าแก่ที่อยู่ในเขตอ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ซึ่งมีความเกี่ยวพันกับเมืองเวียงป่าเป้ามาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากมีการพบซากอาคารศาสนสถานหลายแห่งในบริเวณวัด ทำให้มีการสันนิษฐานว่ามีการสร้างเมืองใหม่ลงในพื้นที่เมืองเก่า ส่วนวัดศรีสุทธาวาสมีสร้างขึ้นเมื่อใดนั้น ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนค่ะ จากข้อความในแผ่นศิลาจารึกระบุว่าสร้างขึ้นใน พ.ศ. 2011 โดยอุตรผลคุนะฤกษ์ และเจ้าพันนา ส่วนตำนานสมุดข่อยระบุเป็นปี พ.ศ. 2286 ในสมัยพญามังราย ต่อมาในพ.ศ. 2426 พระอุตตมะจากวัดศรีค้ำ ได้ทำการมาบูรณะวัดขึ้นใหม่
ร่องรอยของประวัติศาสตร์โดยเฉพาะโบราณสถานภายในวัดศรีสุทธาวาส ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีค่ะ โดย หอพระไตรปิฎก ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2446 โดยช่างชาวพม่า ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากรในพ.ศ. 2544  (วารสารเมืองโบราณ) หอพระไตรปิฎก หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หอไตร ถือเป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดค่ะ เพราะหาดูได้ยาก และเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนรู้จักวัดศรีสุทธาวาส

 “เวียงกาหลง” ต้นกำเนิดพระพุทธเจ้า 5 พระองค์

ชื่อของ เวียงกาหลง มีที่มาจากตำนานพื้นเมือง เรื่องการกำเนิดพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ ซึ่งเล่ากันสืบมาว่า ครั้งหนึ่งเมื่อพระโพธิสัตว์ได้ปฏิสนธิในครรภ์ของแม่พญากาเผือก พร้อมกันถึง 5 พระองค์ เป็นจำนวนไข่ 5 ฟอง บริเวณต้นมะเดื่อริมฝั่งแม่น้ำคงคา ระหว่างที่แม่กาเผือกได้ออกไปหาอาหารในสถานที่หนึ่งอันอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติพืชพันธุ์ธัญญาหาร แม่กาเผือกได้เพลินหากินอาหาร ชื่นชมกับธรรมชาติอันรื่นรมย์จนมืดค่ำ พอดีฝนตกลมพายุใหญ่พัดกระหน่ำ ทำให้แม่กาเผือกหาหนทางออกไม่ได้ จึงหลงอยู่ในบริเวณสถานที่นั้น ซึ่งสถานที่นี้เองค่ะ ที่เป็นเมืองเวียงกาหลงในปัจจุบัน รุ่งเช้าเมื่อแม่กาเผือกบินกลับไปยังต้นมะเดื่อ ก็ได้พบว่าไข่ทั้ง 5 ฟอง ได้ถูกกระแสน้ำพัดหายไป แม่กาเผือกได้พยายามหาทุกสถานที่จนเหนื่อยอ่อน ในที่สุดก็สิ้นใจตายอย่างน่าสงสาร แต่ด้วยอานิสงส์ที่มีความเมตตารักลูกอันบริสุทธิ์ ประกอบกับลูกของแม่กาเผือกเป็นพระโพธิสัตว์ถึง 5 พระองค์ จึงเป็นบุญกุศลส่งให้แม่กาเผือกไปเกิดอยู่แดนพรหมโลก ชั้นสุทธาวาส ได้พระนามชื่อว่า “ฆติกามหาพรหม” เป็นผู้ถวายอัฎฐะบริขารบวชแก่ลูกทั้ง 5 พระองค์เมื่อจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

7 Wonders of Maekhachan – เมืองโบราณเวียงกาหลง

เมืองโบราณเวียงกาหลง ตั้งอยู่ภายในศูนย์พัฒนาศีลธรรมเวียงกาหลง ปัจจุบันอยู่ในเขตการปกครองบ้านป่าส้าน หมู่ที่ 5 ต.หัวฝาย อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 660 เมตร เนินเขาวางตัวตามแนวเหนือใต้เฉียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเล็กน้อย ด้านตะวันออกเป็นสันเขาสูงชันติดต่อเขตอ.วังเหนือ จ.ลำปาง ด้านตะวันตกเป็นพื้นที่ลาดเอียงลงสู่ที่ราบลุ่มแม่น้ำลาว ผังเมืองไม่เป็นรูปทรงเรขาคณิต เช่นเดียวกับเมืองโบราณส่วนใหญ่ในภาคเหนือ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 5 (พ.ศ.500 – 599)

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: